อยากลดน้ำหนักแค่รู้จัก BMR ก็ช่วยได้

ทุกวันนี้ปัญหาเรื่องน้ำหนักแทบจะเป็นปัญหากับทุกบ้านเพราะสามารถนำไปสู่โรคร้ายแรงต่างๆ ได้มากมาย ด้วยความกลัวเหล่านี้จึงทำให้มีผู้คนหันมาใส่ใจกับวิธีควบคุมน้ำหนักหรือวิธีที่จะทำให้มีสุขภาพดีขึ้น วันนี้เราจึงมีสาระดีๆ ที่จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักนั้นทำได้ง่ายมากขึ้น ด้วยการมาทำความรู้จักกับ BMR กันเถอะค่ะ

BMR คืออะไร

ปัจจุบันผู้ที่สนใจการออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักนิยมพูดถึงการคำนวณค่าBMR หรือ Basal Metabolic Rate นั่นคือ จำนวนแคลอรี่ทั้งหมดที่ร่างกายใช้ในการทำกิจกรรมพื้นฐานต่างๆ ภายในเซลล์และร่างกายต่อวัน เช่น การหายใจ การหมุนเวียนเลือด และกระบวนการทำงานของเซลล์ เป็นต้นหรือพูดให้เข้าใจโดยง่ายเลยก็คือ อัตราการเผาผลาญแคลอรี่ของกิจกรรมพื้นฐานที่เกิดขึ้นภายในร่างกายทั้งหมดต่อวันนั่นเองย้ำนะคะ! แค่กิจกรรมพื้นฐานค่ะ

คำนวณค่า BMR อย่างไร

การทราบค่า BMR ของตนเองนั้นสามารถทำให้คุณสามารถประเมินปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการเพื่อรักษาระดับน้ำหนัก ลดน้ำหนัก หรือแม้แต่เพิ่มน้ำหนัก นอกจากนี้การทราบค่า BMR นั้นยังทำให้คุณทราบถึงสัญญาณเตือนของโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ได้แก่ ปัญหาด้านไทรอยด์ โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือภาวะที่เรียกว่า ‘เมตาบอลิกซินโดรม’

ค่า BMR ของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันตามเพศ อายุ สัดส่วนของร่างกาย และสุขภาพ ปกติแล้วการทราบค่า BMR สามารถตรวจได้ที่สถาบันที่เกี่ยวข้องในห้องแลปหรือคำนวณโดยใช้โปรแกรมออนไลน์ ซึ่งพบว่าการตรวจในห้องแลปนั้นจะให้ค่าที่ใกล้เคียงที่สุด แต่เนื่องด้วยปัจจุบันมีราคาที่ค่อนข้างสูง จึงทำให้ผู้ที่สนใจการออกกำลังกายและผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักอยู่นั้นมักคำนวณด้วยตนเองหรือใช้โปรแกรมในการคำนวณ

สูตรในการคำนวณหาค่า BMR – สมการของ Harris – Benedict เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการประมาณค่า BMR

1. วิธีคำนวณหาค่า BMR สำหรับเพศชาย

BMR = 88.362 + (13.397 x weight in kg) + (4.799 x height in cm) – (5.677 x age in year)

2. วิธีคำนวณหาค่า BMR สำหรับเพศหญิง

BMR = 447.593 + (9.247 x weight in kg) + (3.098 x height in cm) – (4.330 x age in year)

วิธีใช้ค่า BMR ในการช่วยลดน้ำหนัก

หลักจากที่ทุกคนคงทราบกันไปแล้วว่า BMR คืออะไร คำนวณได้อย่างไร ตอนนี้หลายคนคงกำลังสงสัยอยู่ใช่ไหมละคะว่าแล้ว BMR จะช่วยเราลดน้ำหนักได้อย่างไร? ค่า BMR เป็นหนึ่งในไอเดียที่จะช่วยทำให้เราทราบได้ว่าปริมาณแคลอรี่ทั้งหมดที่ร่างกายเราเผาผลาญไปต่อวันนั้นมีค่าเท่าใด ซึ่งวิธีคิดนั้นจะต้องนำค่า BMR ที่เราคำนวณมาได้ ประเมินร่วมกับอีกทั้งสองค่าที่เหลือดังต่อไปนี้

ปริมาณแคลอรี่ทั้งหมดที่ร่างกายเผาผลาญต่อวัน

1. ค่า Basal metabolic rate (BMR) คิดเป็น 60 – 75% ของแคลอรี่ทั้งหมดที่ร่างกายเผาผลาญได้ต่อวัน

2. ค่า Activity thermogenesisหรือ ปริมาณแคลอรี่ที่ได้จากการเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่ใช่การออกกำลังกายและการออกกำลังกาย คิดเป็น 15 – 30% ของแคลอรี่ทั้งหมดที่ร่างกายเผาผลาญได้ต่อวัน

3. ค่า Thermic effect of foodหรือปริมาณาแคลอรี่ที่ได้จากกระบวนการเมตาบอลิซึมของการกินและการย่อยอาหาร คิดเป็น 10% ของแคลอรี่ทั้งหมดที่ร่างกายเผาผลาญได้ต่อวัน

จากการคำนวณออกมาแล้วพบว่า การเผาผลาญหรือลดปริมาณแคลอรี่ออกจากร่างกายประมาณ 500 – 1000แคลอรี่ต่อวันนั้น สามารถส่งผลให้น้ำหนักลดลงประมาณ 1-2 ปอนด์ต่อหนึ่งสัปดาห์

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับสาระความรู้ดีๆ ที่นำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าข้อมูลดีๆ วันนี้จะช่วยให้ผู้ที่กำลังหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้นะคะ อย่างไรก็ตามเพียงแค่คุณเริ่มต้นที่จะศึกษาถึงสิ่งที่ดีต่อตัวคุณ แค่นี้ก็เป็นพลังบวกที่สามารถช่วยเสริมสร้างให้คุณได้พัฒนาตัวเองกันต่อไปได้แล้วค่ะ

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *