ดัชนีมวลกาย

จุดประสงค์ของเว็บไซต์นี้คือการทำให้คุณได้ตระหนักถึงการติดตามและเฝ้าระวังความอ้วน  แล้วผลกระทบจากโรคอ้วน เราจะช่วยเหลือให้คุณได้มีน้ำหนักตรงตามอุดมคติของคุณอีกครั้ง คุณจะสามารถใช้การคำนวณด้านล่างนี้เพื่อคำนวณมวลดัชนีร่างกายของคุณอย่างอัตโนมัติ

เครื่องคิดเลข BMI

ft
in
lbs
cm
kg

มวลดัชนีร่างกายคืออะไร (BMI)?

มวลดัชนีร่างกาย หรือ BMI งั้นใช้เพื่อเป็นตัวประเมินว่าน้ำหนักของคุณอยู่ในเกณฑ์หรือไม่ หรือก็คือ มันเหมาะสมกับส่วนสูงของคุณหรือไม่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมตัวบ่งชี้นี้ถูกใช้โดยแพทย์เพื่อใช้ประเมินสถานะของโภชนาการ มันจึงสามารถใช้เพื่อตรวจสอบได้ว่ารับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือเป็นโรคอ้วนหรือไม่

จะคำนวณ BMI ได้อย่างไร?

การคำนวณ BMI อ้างอิงจากสูตรทางคณิตศาสตร์ มันเรียบง่ายและรวดเร็วมาก แต่การคำนวณ BMI ก็มีขีดจำกัดในตัวเองเช่นกัน มันไม่เหมาะสมกับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์และผู้สูงวัย การคำนวณ BMI มีหลักการเช่นเดียวกันทั้งในเพศชายและเพศหญิง

นี่คือสูตรในการใช้วัด

โปรดจำไว้ว่า สูตรการคำนวณ BMI นี้สามารถใช้ได้เฉพาะสำหรับวัยที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 65 ปีเท่านั้น

BMI ตามเกณฑ์คืออะไร?

BMI ในระดับปกติจะอยู่ระหว่าง 18.5 และ 24.9 kg/m² หักคะแนนของคุณต่ำกว่า 18.5 ร่างกายของคุณถือว่าผอมเกินไป หากสูงกว่า 24.9 คุณอาจจะน้ำหนักเกิน (ระหว่าง 25 และ 30) หรืออ้วน (>30) หรืออ้วนเกินไป (>40) จากการอ่านค่านี้จะทำให้เห็นประโยชน์ของการคำนวณ BMI ของคุณ

 ค่า BMI ที่สูงเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค เช่นโรคในหัวใจและหลอดเลือด โรคปอดหรือโรคข้อต่อ

BMI < 18.5 kg/m²: น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (ผอม)
น้ำหนักของคุณต่ำเกินไป ซึ่งไม่สัมพันธ์กับความสูงของคุณ ดัชนีมวลกาย (BMI) ที่ต่ำระดับนี้อาจจะเกิดจากพยาธิ แต่มันสามารถบ่งบอกเกี่ยวกับความเสี่ยงในปัญหาสุขภาพได้หลากหลาย (ขาดแคลนสารอาหาร, โรคโลหิตจาง, โรคกระดูกพรุน เป็นต้น) ให้ทำการปรึกษาแพทย์ และทำการวินิจฉัยต้นเหตุของอาการผอมนี้และให้คำแนะนำต่อไป
18.5 < BMI < 24.9: น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ
น้ำหนักของคุณสมส่วนกับความสูง ให้รักษาการบริโภคเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อทำให้คุณมีดัชนีมวลร่างกายที่สมส่วน (BMI) และน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพ การมีโภชนาที่สมดุล เลยไม่มีไขมันส่วนเกิน ร่วมกับการทำกิจกรรมทางร่างกายต่างๆจะช่วยให้คุณรักษาน้ำหนักที่สมส่วนนี้ไว้ได้
25 < BMI < 29.9: น้ำหนักสูงกว่าเกณฑ์
น้ำหนักของคุณเริ่มที่จะมากเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับส่วนสูง ในระยะยาว ดัชนีมวลกาย (BMI) ที่สูงอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ น้ำหนักส่วนเกินอาจนำไปสู่การเพิ่มความเสี่ยงของโรคเมตาบอลิก (เบาหวาน) โรคหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับข้อต่อและมะเร็งได้
BMI > 30: อ้วน
น้ำหนักของคุณสูงเกินไปเมื่อเทียบกับความสูงของคุณ จากมุมมองทางการแพทย์ ความอ้วนคือการที่มีมวลไขมันเยอะเกินไปและอาจจะส่งผลต่อสุขภาพได้ น้ำหนักเกินสามารถนำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดโรคเมตาบอลิก (เบาหวาน) โรคหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ โรคข้อต่อและมะเร็งได้ ควรตระหนักไว้ว่าความรุนแรงของโรคอ้วนจะขึ้นอยู่กับดัชนีมวลกาย (BMI): ซึ่งจะเรียกว่า “ปานกลาง” สำหรับ BMI ที่อยู่ระหว่าง 30 และ 34.9 และ “รุนแรง” เมื่อ BMI อยู่ระหว่าง 35 และ 39.9 และ “วิกฤต” สำหรับ BMI สูงกว่า 40

ผู้หญิงอายุขึ้นเลขสามต้องมีค่าดัชนีมวลกาย (ค่า BMI) เท่าไหร่

ทุกวันนี้เรื่องสุขภาพถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สาวๆ ให้ความสำคัญกันมากขึ้น โดยเฉพาะในวัยที่เริ่มจะเปลี่ยนตัวเลขจากเลขสองมาเป็นเลขสามที่มีความกังวลและตื่นตัวกว่าสาวกลุ่มอื่นๆ เป็นพิเศษ ดังนั้นแน่นอนว่าในกลุ่มคนรักสุขภาพส่วนใหญ่มักจะเคยได้ยินหรือมีความรู้เกี่ยวกับค่า BMI กันมาบ้าง ซึ่งค่า BMI (Body Mass Index) ก็คือการประมาณค่าไขมันที่มีอยู่ในร่างกายของคนเรานั่นเองค่ะ ดังนั้นวันนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่าสาวๆ ในวัย 30 ปีขึ้นไป ควรจะมีค่า BMI อยู่ที่เท่าไหร่?

วิธีการคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สามารถหาได้จาก 2 สูตร ดังต่อไปนี้

หน่วยวัดระบบเมตริก             สูตร: น้ำหนัก (kg) / ส่วนสูง (m)2

หน่วยวัดระบบอเมริกาอังกฤษ       สูตร: [น้ำหนัก (lb) / ส่วนสูง (in)]2 x 703

เชื่อว่าหลายคนกำลังสงสัยว่าอายุต่างกันค่า BMI ที่เหมาะสมแตกต่างกันด้วยหรือ? จริงๆ แล้วค่า BMI ที่เหมาะสมสำหรับคนที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปนั้น ค่า BMI มาตรฐานไม่แตกต่างกันเลยทั้งในเพศชายและเพศหญิง ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีอายุเท่าใดก็ตาม ค่า BMI ที่เหมาะสมก็ไม่แตกต่างกันค่ะ

ค่าดัชนีมวลกายมาตรฐานสำหรับคนอายุ 20 ปีขึ้นไป (standard BMIranges for adults)

        ค่าต่ำกว่า 18.5                  น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

        ค่าอยู่ระหว่าง 18.5 – 24.9  สมส่วน หรือ สุขภาพดี

        ค่าอยู่ระหว่าง 25.0 – 29.9  น้ำหนักเกิน

        ค่าสูงกว่า 30                     โรคอ้วน

แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างกันก็คือความยากง่ายของการ ‘ลดน้ำหนัก’ ในกลุ่มคนที่มีอายุและเพศที่แตกต่างกันนั่นเองค่ะ ดังนั้นเราจึงนำวิธีการลดค่า BMI มาฝากทุกๆ ท่านค่ะ

  1. ดาวน์โหลดโปรแกรมหรือทำตารางติดตามการเพิ่มและลดน้ำหนักของคุณอย่างใกล้ชิด
  2. ศึกษาเกี่ยวกับสารอาหารและการวางแผนการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเรามากที่สุด
  3. เปลี่ยนประเภทอาหารการกินและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาล
  4. ออกกำลังกาย